รีวิวหนังแนะนำ

รีวิวหนังแนะนำ Train to Busan เนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

รีวิวหนังแนะนำ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ ซอกวู นำแสดงโดย กง ยู และลูกสาวของเขาอย่าง ซู แอน นำแสดงโดย คิม ซู อัน เดินทางไปยังสถานที่รถไฟ ในยามเช้าตรู่เพื่อเดินทาง ไปหาแม่ของลูกสาวนั้นเอง แต่ระหว่างทางนั้นกลับมาสัญญาณ

ทีท่าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ภายในเมืองหลวงอย่างกรุงโซลนั้นเอง เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงยัง ขบวนรถไฟฟ้าระหว่างที่ประตูกำลังปิด ได้มีคนที่มีอาการไม่ค่อยดี เดินเข้ามายังขบวนเป็นคนสุดท้าย และได้มีอาการประหลาดที่

เหมือนกับคนครึ่งเป็นและครึ่งตาย เจ้าหน้าที่บนรถไฟได้เดินมาดูอาการ แต่ทว่าก็ได้ถูกหญิงสาวปริศนา กัดเข้าที่ลำคอจนทำให้เจ้าหน้าที่ ติดเชื้อและโจมตีทุกคนบนรถไฟ ในขณะที่ขบวนรถไฟออกเดินทางนั้น

ก็ได้มีข่าวต่างๆนาๆ ที่พูดถึงเหตุการณ์คนไล่กินกันเอง จนกระทั่งมาถึงขบวนรถไฟนั้นเอง ที่เกิดความโกลาหลขึ้นภายในขบวน จนทำให้ผู้โดยสารหลายนาย จะต้องช่วยเหลือกันเองอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เหล่าผู้ติดเชื้อ

เดินทางมายังขบวนที่มีคนอยู่นั้นเอง ภายในขบวนนั้นมีผู้คนจาก หลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะซอกวูเองที่เป็น ผู้บริหารระดับสูงขององคฺ์กรหนึ่ง ได้รับการแจ้งข่าวจากเพื่อนของเขาที่เป็นทหาร ว่าให้จอดสถานนีอินชอน

เพื่อที่จะได้ปลอดภัยเพราะมีกองทัพตั้งอยู่ เมื่อขบวนรถไฟยืนยันว่าจะ ไปจอดยังสถานนีอินชอน เพื่อที่ตัวเขาเองและลูกจะรอดนั้นเอง เมื่อขบวนรถไฟมาถึงสถานนี ก็พบว่าทุกอย่างดูเงียบจนผิดปกติ ทุกคนในขบวนต่างถยอยเดิน

ไปยังข้างในสถานนีเพื่อพบกับ ผู้รอดชีวิตที่สถานนีนี้นั้นเอง แต่ทว่าสถานนีนี้กลับเต็มไปด้วย เหล่าคนตายที่เดินได้เต็มไปหมด รวมถึงเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนของซอกวู ที่บอกให้หนีออกจากสถานนี

เพราะพวกทหารที่ตั้งอยู่ได้กลายเป็นพวกนั้นหมดแล้ว จึงทำให้ซอกวูและลูกสาว ต้องหนีเอาตัวรอดรวมกับคนอื่นๆ ในขณะที่เขานั้นกำลัง ถูกเหล่าคนตายเดินได้ จะเข้าทำลายก็ได้ถูก ช่วยไว้โดย ซัง ฮวา นำแสดงโดย มา ดง ซอก

และเด็กหนุ่มนักกีฬาอย่าง มินยองกุก นำแสดงโดย ชเว วู ซิค ได้ช่วยเหลือกันด้วย อาวุธที่พอหาได้นั้นเอง และได้พากันปิดประตูกันเหล่า ฝูงคนตายที่ต่างพากันจะขย่ำพวกเขานั้นเอง ผู้โดยสารคนอื่นๆรวมถึงลูกซอกวูนั้น ได้รีบวิ่งไปยังที่ขบวนรถไฟ

แต่ด้วยจำนวนของคนตายที่เดินได้เยอะเกิน จนทำให้กระจกหลายๆบาน ของตัวอาคารได้แตกลงและเต็มไปด้วย ฝูงคนตายที่พยายามลงมากัดกิน ผู้รอดชีวิตที่กำลังขึ้นขบวนแล้วนั้นเอง ทุกคนต่างประจำขบวนของตัวเอง

รวมถึงคนขับด้วยนั้นเอง ที่ต้องออกรถไฟโดยด่วน เพื่อไม่ให้ทั้งขบวนต้องจบสิ้นนั้นเอง พวกเขาทั้งสามที่ต้านเอาไว้ไม่อยู่ ก็ได้วิ่งตามรถไฟที่กำลังเคลื่อนขบวน ทำให้เขาทั้งสามนั้นต้องพลัดพรากจากคนที่สนิท พวกเขาจึงอยู่ขบวนปลายสุด

ที่ปลอดคนติดเชื้อแต่ทว่า แต่ละขบวนนั้นกลับเต็มไปด้วยผู้ติดเชื้อนั้นเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้กลับไปหา คนที่เขารู้จักจะต้องร่วมมือกัน ฝ่าฝูงคนตายเดินได้นี้ ในแต่ละขบวนรถไฟนั้นเอง พวกเขาทั้งสามได้หาอุปกรณ์ต่างๆ

ที่หาได้มาทำเป็นอาวุธ และช่วยเหลือกันฝ่าคนติดเชื้อ ไปยังขบวนต่างๆเพื่อไปให้ถึง คนที่พวกเขารักนั้นเอง แต่ทว่าเมื่อถึงขบวนสุดท้าย ที่จะพบกับคนที่เขารัก ประตูจากฝั่งผู้รอดชีวิต ไม่มีใครที่คิดจะเปิดประตูช่วยเหลือ

พวกเขาทั้งสามที่ฝ่ากันมาถึงห้องสุดท้าย ผู้คนขบวนที่รอดชีวิตกลับ หวาดกลัวและไม่กล้าที่จะให้ทั้งสามเข้ามา จนกระทั่งมีคนๆหนึ่งได้แอบเปิดประตู ขบวนที่มีแต่ฝูงคนตายเต็มไปหมด ทำให้ในขบวนนั้นเกิดความวุ่นวายเต็มไปหมด

เมื่อขบวนรถไฟมาถึงสถานนีปลายสาย คนขับรถไฟได้รีบลง เพื่อที่จะเดินทางไปเปลี่ยนรถไฟ ส่วนคนอื่นๆที่ดิ้นรนอยู่นั้น ก็ได้พบกับหายนะ รถไฟจากที่อื่นชนเขากับสถานนี ทำให้ขบวนรถไฟของเขา ต้องถูกล้อมไปด้วยอันตราย

จากทุกทิศไม่ว่าจะเป็นคนติดเชื้อ หรือรถไฟที่กำลังจะทับพวกเขานั้นเอง การเอาตัวรอดท่ามกลางวิกฤตินี้เอง ได้ทำให้เกิดการเสียสละ จากใครหลายๆคนนั้นเอง จนในที่สุดนั้นเอง ซอกวูและลูกสาว รวมถึงภรรยาของซัง ฮวา ได้หนีมาขึ้นรถไฟดีเซล

ที่คนขับรภไฟได้สตาร์ทเอาไว้นั้นเอง แต่ทว่าก็ต้องแลกมาด้วยฝูงคนติดเชื้อจำนวนมาก ที่วิ่งไล่ขบวนพวกเขา รวมถึงบนรถไฟเองก็มีคนติดเชื้อ ได้พยายามที่จะทำร้ายลูกและผู้หญิงเข้า ทำให้ซอกวูเองได้เสียสละตัวเอง

เพื่อปกป้องลูกของเขาเอาไว้ จนตัวของเขาติดเชื้อไปในที่สุด และยอมที่จะให้ทุกคนรอด เขาเองจึงต้องโดดลงจากรถไฟนั้นเอง เส้นทางรถไฟมาสิ้นสุดยังอุโมงค์ ที่มีเหล่าทหารคุมเข้มเฝ้าตรวจตรา ก็ได้พบลูกของซอกวู และหญิงสาวที่ยืนขอความช่วยเหลือ จากเหล่าทหารที่เล็งปืนมานั้นเอง

รีวิวหนังแนะนำ

รีวิวหนังแนะนำ Train to Busan กระแสเป็นอย่างไร?

หลังจากที่หนังเรื่องนี้ ได้เข้าฉายไปเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมานั้น ได้สร้างกระแสและสิ่งที่น่าจดจำ ที่หนังได้ส่งผ่านออกมา ภายใต้การกำกับของ ยอน ซังโฮ ผู้ที่มีผลงานเติบโตมาจาก งานอนิเมชั่นต่างๆ จนพลักดันให้เขานั้น

สร้างผลงานชิ้นนี้ที่ฝาก ความทรงจำหนังซอมบี้เกาหลีเรื่องแรก ที่สร้างชื่อให้กับตัวของเขา และหนังเรื่องนี้ให้ไปยังเวทีโลกได้นั้นเอง จากความสำเร็จไม่ว่าจะเป็น ทั้งด้านรายได้หรือว่าคำวิจารณ์ ทำให้หนังเรื่องนี้สามารถ กวาดรายได้ไปกว่า 98.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับต้นทุนของหนังเรื่องนี้ ใช้ไปแค่ 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าเป็นหนังซอมบี้เกาหลี ที่เปิดตัวได้แรงเลยทีเดียว ด้วยงานภาพและโปรดักชั่นต่างๆนั้น ทำออกมาได้เทียบเท่าระดับงาน ฮอลลีวูดเลยทีเดียว นอกจากนี้นั้นหลังจากที่เรื่องนี้

ได้ประสบความสำเร็จในเวทีโลก ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีนั้น ได้มีการพัฒนาและอัดฉีดงบประมาณ เพื่อให้วงการภาพยนตร์ของเกาหลีนั้น สามารถเติบโตได้แบบฮอลีวูดนั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นฝีมือการแสดงหรือแม้กระทั่ง

โปรดักชั่นต่างๆที่แสดงงานให้กับ โลกได้เห็นว่าคนเกาหลีเอง ก็สามารถทำหนังได้เทียบชั้นกับระดับโลกนั้นเอง ทำให้ช่วงเวลานั้นเอง จึงมีการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จากการสนับสนุนของรัฐและจากหลายๆฝ่าย

ทำให้ปัจจุบันนี้เองสื่อเกาหลี ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ประจำวันของเราไปโดยปริยาย เพราะด้วยการพัฒนาที่ก้าวกระโดด ทำให้เกาหลีนั้นเองได้เป็นแนวหน้า สื่อบันเทิงระดับท็อปๆของเอเชียนั้นเอง

รีวิวหนังแนะนำ

Train to Busan มีความน่าสนใจอย่างไร?

นับว่าเป็นการเปิดตัวหนังซอมบี้เกาหลี ที่ทำให้ผู้คนต่างตกใจกับ หนังเรื่องนี้ที่ออกมาได้เหนือความคาดหมาย ผลักดันกระแสหนังเรื่องนี้ ให้ไปอีกระดับ จนถึงเวทีระดับโลกกันเลยทีเดียว ทำให้หนังเรื่องนี้ได้การันตีคุณภาพ

จากรางวัลเทศกาลภาพยนตร์ปูซาน ในรางวัล The king of pig และ The fake นั้นเอง ด้วยตัวหนังที่สื่อสารกับคนดู ได้อย่างเจาะลึกจิตใจของคนดู โดยเฉพาะประเด็นดราม่าต่างๆ ภายในเรื่องที่มีความลึกซึ้ง สร้างอิมแพคให้กับหนังเรื่องนี้ได้

โดยสิ่งที่หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึง ชนชั้นทางสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน คนอยู่ต่ำกว่าก็ย่อมกลายเป็นเหยื่อ และคนที่เจ้าเล่ห์มักจะอยู่เบื้องหลัง แล้วคอยฉกฉวยประโยชน์อยู่เสมอนั้นเอง ภายใต้การกดดันของหนัง และเรื่องดราม่าของความกลัว

อัลเวงที่เกิดขึ้นภายในขบวนรถไฟนั้นเอง หลายๆครั้งที่จะต้องรู้สึกหวาดกลัว แต่ตัวละครกลับมีกำลังใจ จากสิ่งที่จะต้องปกป้อง ทำให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ในการฟันฟ่าอุปสรรคนั้นอง นับว่าเป็นสิ่งที่หนังได้ถ่ายทอดออกมา

เป็นบทสรุปอันแสนเศร้าของหนังเรื่องนี้ ปนไปกับความน่ากลัวนั้นเอง จึงทำให้หนังซอมบี้เกาหลีเรื่องนี้ ทำให้กินใจของใครหลายๆคน รวมทั้งเป็นหนังซอมบี้อีกเรื่อง ที่ใครหลายคนจะต้องชอบ และเก็บไว้เป็นหนังซอมบี้เรื่องโปรดกันเลยทีเดียว

ด้วยกระแสของหนังเรื่องนี้ ได้ผลักดันให้มีภาคต่อในชื่อว่า Peninsula อันเป็นกลิ่นไอรสชาติของ ซอมบี้แบบที่เรื่องนี้เป็นต้นกำเนิดนั้นเอง

รีวิวหนังแนะนำ

ไอเดียของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

หนังเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเลยไม่ได้ หากไม่ได้คุณ พัค จงซอก และ ยอน ซังโฮ ที่เป็นผู้เขียนบทเรื่องนี้ ให้มีรสชาติอย่างที่เราเห็นกันนั้นเอง โดยจุดเริ่มต้นที่ ในประเทศเกาหลีนั้นเอง ยังไม่เคยผีหนังซอมบี้อย่างจริงๆจังๆซะที

ด้วยตัวอย่างจากทางฝั่งฮอลลีวูด ที่มีหนังซอมบี้สร้างชื่อเสียงโด่ง ดังกันไปทั่วโลก จึงทำให้พวกเขาทั้งสองนั้น ได้เริ่มเขียนบทและนำเสนอโปรเจคนี้ผ่าน

จนได้กลายเป็นหนังซอมบี้ ที่ดีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรดู อีกทั้งยังเป็นทางฝั่งเอเชียด้วยกันแล้ว ยิ่งเข้าใจเนื้อหาวัฒนธรรม ได้ง่ายกว่าและลึกซึ้งเลยทีเดียว 

สรุปสิ่งที่ได้จากการดู Train to Busan เป็นอย่างไร?

เป็นหนังซอมบี้ที่ดีอีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นหนังเปิดยุคซอมบี้เกาหลี จนกลายมาเป็นกระแสมาถึง ปัจจุบันที่มีออกมาหลายๆเรื่อง ความเป็นซอมบี้เกาหลีเอง ทำออกมากี่เรื่องก็ยังคง ให้ความรู้สึกกลิ่นไอจากหนังเรื่องนี้ ที่นับว่าเป็นต้นแบบซอมบี้ของ

ประเทศเกาหลีใต้เลยทีเดียว อีกทั้งยังทำให้นักแสดงอย่าง กง ยู เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยการแสดงและคาแร็กเตอร์ ที่ทำให้เขาดูเป็นพ่อคนที่อบอุ่น ทำทุกอย่างเพื่อที่จะปกป้องลูกสาวอันเป็นที่รักนั้นเอง หากใครที่ชื่นชอบหนังซอมบี้แล้วละก็

เรื่องนี้นับว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว จึงทำให้ มองว่า Train to Busan เป็นหนังซอมบี้อีกเรื่อง ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้ ให้เกิดการพัฒนาและสร้างผลงาน อันเป็นตำนานต่อๆมา

จนในปัจจับนี้เองภาพยนตร์เกาหลีใต้ เป็นที่ยอมรับจากทั่วทั้งโลก ด้วยฝีมือและเนื้อเรื่องที่มีความอินเตอร์ สร้างมาตรฐานภาพยนตร์ภายในประเทศได้นั้นเอง หนังเรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่ง ความภาคภูมิใจของคนเกาหลี ที่หนังเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วทั้งโลกนั้นเอง

รีวิวหนังน่าดู

เว็บหนังออนไลน์

หูฟังเบาพิเศษ

คอมน่าใช้

เที่ยวเมืองหิมะ

เว็บคาสิโนมาใหม่

เว็บบอล ราคาน้ำดี