หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด

หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด Bruce Almightyเนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด เรื่องราวเกี่ยวกับ บรูซ โนแลน นำแสดงโดย (จิม แคร์รีย์) ชายผู้ที่มีความฝัน ที่จะเป็นผู้ประกาศข่าว แต่ทว่าโอกาสของเขานั้น มักจะถูกกลั่นแกล้ง หรือไม่ก็ไม่ประสบผลความสำเร็จ แต่เขาก็ต้องอดทนต่อสู้

เพื่อประครองความรักของแฟนเขาด้วย เกรซ คอนเนลลี นำแสดงโดย (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) แฟนของบรูซ ที่รอคอยการแต่งงาน และความมั่งคงจากบรูซ เพราะด้วยวัยและสิ่งรอบข้าง จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้น

ไม่ได้ก้าวจากคำว่าแฟน ไปใช้ชีวิตในแบบครอบครัว เหมือนคนอื่นที่ผู้หญิงทุกคนต่างคาดหวัง จึงทำให้บรูซนั้นกดดันเป็นอย่างมาก จนกระทัี่งเขาไปเรียนรู้งานจากพระเจ้า เพื่อขอลองเป็นพระเจ้าดู เพื่อที่อะไรหลายๆอย่างจะได้ง่าย

เพราะเขาเชื่อว่าพระเจ้าคือ ผู้ที่ทำอะไรได้ทุกอย่าง แต่แล้วพระเจ้า นำแสดงโดย (มอร์แกน ฟรีแมน) ก็ได้ให้บททดสอบกับบรูซ ด้วยการมอบพลังพระเจ้าให้กับบรูซ เพียงแค่ 7 วัน โดยที่พลังนั้นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลง

จิตใจของคนได้ หลังจากที่บรูซได้พลังจากพระเจ้าไป จึงทำให้เขาได้ทดลองพลัง ด้วยวิธีแผลงๆกับคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งของเขา ที่ทำงานที่มักจะคอยดูถูกเขาอยู่เสมอ บรูซจึงได้ใช้พลังแกล้ง ให้ชายคนนั้นถูกปลดจาก

ผู้ประกาศข่าว ตำแหน่งนี้จึงได้ตกเป็นของบรูซ ตามสิ่งที่เขาคาดหวังนั้นเอง แต่ในระหว่างที่เขากำลังสนุก กับพรของพระเจ้านั้น กลับทำให้เกรซแฟนของเขา เริ่มรู้สึกไม่มั่นคงกับบรูซอีกต่อไป และตัวเขานั้นยังได้ทำผิด

เผลอมีใจให้กับผู้ประกาศสาวร่วมงานอีกคน ทำให้เกรซนั้นจับได้และตัดสินใจ ขอแยกจากบรูซ ที่ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของเธอ นั้นจึงเป็นจุดผลิกพัน ที่สอนให้เขารู้ว่าถึงแม้มีพลังยิ่งใหญ่มากเท่าไร ก็ไม่สามารถพาเธอกลับมาได้

เขาจึงเข้าใจบทบาทของพระเจ้ามากขึ้น และยอมเปลี่ยนตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เขาได้เข้าใจแล้วว่า การเป็นคนธรรมดานี้ละคือสิ่งที่วิเศษสุดแล้ว มีทั้งอิสระและเป็นคนที่แฟนของเขารักนั้นเอง หลังจากที่เขาได้กลับมาเป็นคนปกติ

ก็ได้ตามง้อแฟนสาวของเขา และเข้าใจในเจตนาของแฟนเขา อย่างที่ควรจะเป็นมาตั้งนานนั้นเอง

หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด

หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด Bruce Almightyสะท้อนสังคมอย่างไร?

หลังจากที่หนังได้ฉายออกไปแล้ว กระแสของหนังไม่ว่าทั้งคำวิจารณ์ หรือรายได้นั้นสามารถไป ในทิศทางเดียวกันได้ และยังถือว่าเป็นหนังในความทรงจำของใครหลายคน เพราะด้วยความตลกและการแสดง ของจิมแคร์รีย์ที่ถ่ายทอด

ความทะเล้นและความตลก ออกมาได้น่าสนใจ ถึงแม้ตัวของเขาเองจะเล่น หนังตลกมาหลายเรื่องแล้วในชีวิต แต่เรื่องนี้เองได้สร้างภาพจำ ในเสียงหัวเราะหรือแม้กระทั่งคาแร็กเตอร์ ที่ทำให้คนดูอย่างเรานั้น เชื่อว่าเขานั้นมีพลังเป็นพระเจ้าจริง

และมุกตลกที่เสียดสีสังคม สไตล์อเมริกัน ที่บอกเล่าถึงชีวิตคนในเมืองใหญ่ และต้องพบเจอกับการแข่งขัน และเต็มไปด้วยความคาดหวัง จากคนรอบข้างนั้นเอง ซึ่งได้กลายเป็นบริบทที่ถูกยก ไปใส่ไว้ในหนังของเรื่องนี้

เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลัง ทำงานอยู่ในเมืองใหญ่นั้นเอง ด้วยมุกตลกและการแสดงของ จิมแคร์รีย์นั้น สามารถคุมหนังเรื่องนี้อยู่ เพราะการแสดงของเขาในเรื่องนี้นั้น มีหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเศร้าหรือว่าสนุก

ก็สามารถดึงเอาความรู้สึก จากคนดูได้นั้นเอง และได้สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน คือบทบาทพระเจ้านั้น ผู้คนต่างติดภาพจำของ มอร์แกน ฟรีแมน ที่มักได้รับบทเล่นเป็นพระเจ้า ด้วยมาดนิ่งสุขุม

และการตีความให้ความเท่าเทียม กับสังคมด้วยการให้นักแสดงผิวสี คนนี้รับบทบาทพระเจ้านั้นเอง อีกทั่งเพราะเรื่องนี้เอง จึงทำให้งานต่อๆมาของฟรีแมนนั้น มักจะได้รับบทพระเจ้าอยู่เสมอนั้นเอง นอกจากนี้หนังยังได้สร้าง

ยุคสมัยแห่งวงการหนังตลก ในเรื่องต่อๆมาอีกด้วย ด้วยตัวเนื้อเรื่องที่ เรียบง่ายไม่ได้ประดิษย์อะไรเยอะ มีเพียงจิมแคร์รีย์ที่สามารถ เอาหนังอยู่ได้ด้วยการแสดงนั้นเอง จึงถือได้ว่าหนังเรื่องนี้ครบรสเลยทีเดียว

Bruce Almighty กระแส ของหนังเป็นอย่างไร?

หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งคำวิจารณ์ และทางด้านรายได้ ภายใต้การกำกับของ ทอม ชาเดียค ผู้กำกับสายหนังตลก นอกจากนั้นยังทั้งเขียนบทแล้วกำกับเองอีกด้วย จึงทำให้หนังของเขา จะดูเป็นตลกร้ายในสังคมอเมริกัน

แต่มันกลับทำให้หนังเรื่องนี้ สร้างการจดจำให้กับคนดู หลายๆคน หากใครได้เคยดูแล้วละก็ จะมีอยู่ฉากหนึ่งที่บรูซแกล้ง คู่แข่งของเขาที่กำลังนั่งอ่านข่าว ซึ่งผู้ประกาศข่าวคนนั้น นำแสดงโดย สตีฟ คาเรล

ได้เชิดฉายจากการแสดงในครั้งนั้น จึงทำให้ทั้งคู่ดูเป็นคู่เหมาะสมกัน อย่างมากในหนังเรื่องนี้ ที่สองนักแสดงตลกระดับเทพมาเจอกัน ซึ่งภายหลังนั้น สตีฟ ชื่นชอบในตัวจิม แคร์รีย์ อย่างมากและมองว่าเขาคือไอดอล

ของการเป็นนักแสดงตลกที่ดี ด้วยการแสดงฉากนั้นเอง ทำให้สตีฟได้มีผลงานออกมา ต่อๆกันในช่วงเวลานั้น และฉากนั้นเองยังคงเป็นมีม ล้อเลียนกันในอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ด้วย ถึงแม้เวลาจะผ่านมา 18 ปี หนังเรื่องนี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำ

ของทุกคนที่เคยดูหนังเรื่องนี้ ในสมัยเด็กหรือว่าดูแล้ว ทำให้เราคิดถึงช่วงเวลาดั่งกล่าว ที่ทำให้เราเห็นวิถีชีวิตของคน ช่วงปีสองพันต้นๆ ที่เทคโนโลยียังไม่ได้มีส่วน เกี่ยวกับกับชีวิตประจำวันเราเท่าไร อีกทั่งยังได้เห็นจิมแครีย์

ในช่วงพีคของชื่อเสียงอีกด้วย เขานั้นได้สร้างเสียงหัวเราะ และความสุขให้กับผู้ชมของเขา ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หนังเรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่อง ที่ทำให้ชื่อเสียงและความสามารถของเขา เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในช่วงเวลานั้นเอง  

หนังออนไลน์ ที่ดีที่สุด

สิ่งที่หนังได้แฝงเอาไว้ เป็นอย่างไร?

หนังเรื่องนี้ถึงแม้จะดูเป็น หนังตลก แต่ว่าเรื่องนี้ได้แฝงความเสียดสี และความสัมพันธ์ของคู่รัก ในช่วงวัยทำงานสร้างตัว ซึ่งถือว่าเป็นชีวิตคู่ส่วนใหญ่ ในเมืองต่างๆประเทศอเมริกา จึงทำให้หนังเรื่องนี้เข้าถึง กลุ่มคนทำงานอย่างมาก

ซึ่งสังคมอเมริกันทุกคนจะมีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง ทุกคนก็ทำงานเหมือนกัน และการแข่งขันในสังคมสูงอีกด้วย จึงทำให้ใครหลายๆคู่อาจจะ ยังคำนึงกันถึงตัวเอง และยังไม่พร้อมที่จะมีครอบครัวซะที

เพราะงานที่พัวพันอยู่หรือสถานะทางการเงิน สิ่งเหล่านี้จึงเหมือนเป็นตลกร้าย ในชีวิตประจำวันที่ทุกคนต้องเจอ ทอม ซาเดียต เองได้เสนอมุมมองเล็กๆของคน และทำให้มันเป็นเรื่องตลกได้ เอาความน่าเบื่อของสิ่งที่เจอ

เอามาขยี้ทำให้เกิดมุกตลก ที่เป็นธรรมชาติและใกล้ตัว ทำให้ถึงแม้ไม่ใช่คนในวัยทำงาน ก็สามารถดูแล้วเข้าใจสิ่งที่หนังจะสื่อได้ เพราะถึงแม้คุณจะได้เป็นพระเจ้า แต่สุดท้ายแล้ว เราก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจใครได้

และเวลาที่เป็นเดิมพันในแต่ละวัน จึงทำให้การเป็นพระเจ้านั้น ไม่มีความสุขเอาซะเลย เพราะภาระที่หนักอึ้งจากการต้อง ฟังคำขอจากทุกคน และต้องเลือกที่จะช่วยคนอีกด้วย ไหนจะต้องใช้ชีวิตประจำวันอีก จึงเหมือนทำให้ทุกคนได้คิดว่า

การเป็นมนุษย์ธรรมดานั้น ดีอยู่แล้ว เราสามารถให้อิสระกับตัวเราเอง เลือกทำสิ่งใดก็ได้ ชีวิตมีทางเลือกเสมอ หนังถึงแม้จะใช้มุกตลก

เป็นตัวเล่าเรื่องซะส่วนใหญ่ แต่นั่นก็ทำให้คนดูอารมณ์สวิง ได้ด้วยเช่นกันในช่วงหลังของเรื่อง นับว่าเป็นหนังตลกอีกเรื่องหนึ่ง ที่ทรงพลังอย่างมากเช่นกัน

สรุปสิ่งที่ได้จากการดู เป็นอย่างไร?

นอกจากความบันเทิงในการชมแล้ว เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้สึกได้เหมือนกัน ถึงหนังที่สร้างความรู้สึก ที่อิมแพคให้กับเรา เพราะช่วงท้ายของเรื่องนั้นทำเราบีบน้ำตาอย่างแน่นอน ในหนังทุกเรื่องหากได้ยินชื่อ หนังแสดงตลกอย่าง จิม แคร์รีย์

ก็นับว่าเป็นตัวการันตี ถึงความสนุกของเรื่องอย่างแน่นอน เพราะด้วยสกิลการแสดงของเขา ที่ทำให้ทุกคนหัวเราะไปกับเขาได้ทุกเรื่อง เรื่องนี้นั้นถือว่าจัดจ้านในการแสดงอย่างมาก ในบ้างซีนเขาถึงกับด้นสดออกมา

นอกเหนือจากบทเลยทีเดียว ทำให้เราได้เห็นถึงความตั้งใจ ในการแสดงของจิมแคร์รีย์อย่างมาก จากบทสัมภาษณ์ของดาราหลายคน ที่เคยร่วมงานกับจิม นั้นล้วนแต่บอกว่าเป็น บุคคลที่มีพลังงานสูงอย่างมาก หากอยู่ใกล้ๆด้วยจะรู้สึกอบอุ่น

เขาดูเป็นตลกโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง หากใครที่ชื่นชอบหนัง Drama Comedy ต้องไม่พลาดเรื่องนี้อย่างแน่นอน จึงทำให้มองว่า Bruce Almighty เป็นหนังที่กาลเวลา ไม่สามารถฆ่าหนังเรื่องนี้ได้จริงๆ เพราะทุกเรื่องนี้ยังมีการพูดถึงอยู่

ด้วยภาพการจดจำซีนต่างๆ ภายในหนังที่สร้างอิทธิพล ให้กับสังคมออนไลน์อย่างมาก ถึงแม้หนังจะฉายมาแล้ว 18 ปี แต่กลับยังมีคนพูดถึง อยู่ในสังคมออนไลน์ นับว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยาก กับอิทธิพลสังคมที่มีต่อหนังแบบนี้ หากใครที่ชิ่นชอบหนังตลก แนว Dark Comedy เรื่องนี้คุณจะต้องชอบ อย่างแน่นอน

หนังออนไลน์ ดูฟรี

ร้านขายอุปกรณ์คอม

ของใช้กับคอมพิวเตอร์

สถานที่สำคัญต่างประเทศ

แนะนําบอลเน้น3คู่

เว็บคาสิโน ต่างประเทศ